โทรศัพท์ : 089-788-7100, 081-667-4909

อีเมล : Thaikool2016@gmail.com

วิธีเลือก ตู้แช่เค้กมือสอง ให้เหมาะต่อการใช้งานตามงบประมาณที่มี

วิธีเลือก-ตู้แช่เค้กมือสอง

ตู้แช่เค้กจะเหมาะสำหรับร้านกาแฟ, ร้านเค้ก, ร้านเบเกอรี่ และร้านขนมต่าง ๆ เพราะจะสามารถโชว์หน้าเค้กและโชว์ขนมได้อย่างโดดเด่น ภายในตู้จะมีการติดตั้งระบบไฟ LED ส่องสว่าง เพื่อเน้นให้เค้กและขนมต่าง ๆ ภายในตู้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยจะมีให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน มีทั้งแบบตู้กระจกโค้งและตู้อลูมิเนียมที่จะให้การใช้งานแตกต่างกันออกไป แต่ราคาตู้มือหนึ่งมักจะสูงมาก ดังนั้นจึงมีการเลือกใช้ ตู้แช่เค้กมือสอง กันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ตรงต่อความต้องการของคนที่อยากจะประหยัดงบมากขึ้น

รู้จักตู้แช่เค้กมือสอง พร้อมแนะนำประเภทที่ได้รับความนิยม

ตู้แช่เค้กจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ มีกระจกและตู้ที่ทำขึ้นจากสแตนเลสที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดความแข็งแรงทนทานและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย โดยมีทั้งแบบตู้ทรงเหลี่ยมธรรมดาและตู้ทรงโค้ง ซึ่งตู้แบบทรงโค้งจะได้รับความนิยมมากในร้านกาแฟและร้านเบเกอรี่ทั่วไป เพราะให้ดีไซน์ที่มีความสวยงามและสามารถมองเห็นเค้ก, เบเกอรี่ และขนมต่าง ๆ ได้ชัดเจนในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรูปแบบของตู้แช่เค้กจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละดีไซน์

สำหรับตู้ทรงโค้งที่ได้รับความนิยมจะมีทั้งแบบตู้กระจกใสรอบด้านกับตู้ที่เป็นกระจกใสเพียงแค่ด้านหน้าด้านเดียว ส่วนด้านข้างและฐานจะเป็นสแตนเลส พร้อมการมีไฟ LED สีสบายตาภายในตู้ เพื่อทำให้เน้นความสวยงามของเค้กและเบเกอรี่ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งตู้เค้กมือหนึ่งหรือตู้ใหม่ราคาจะค่อนข้างสูงมากพอสมควร เพราะต้องใช้อลูมิเนียมคุณภาพสูงและกระจกที่มีความแข็งแรงทนทาน มีความใส พร้อมด้วยระบบภายในที่จะต้องมีการติดตั้งไฟ LED จึงจำเป็นต้องทำจากช่างที่มีความชำนาญ

จุดนี้เองจึงทำให้มีคนนิยมเลือกเป็น ตู้แช่เค้กมือสอง กันเป็นจำนวนมาก เพราะราคาจะลดลงและสามารถเลือกซื้อได้อย่างหลากหลายรูปแบบ เพราะในปัจจุบันตู้แช่เค้กแบบมือสองจะมีด้วยกันหลายรูปแบบ พร้อมไปด้วยขนาดที่มี ตู้แช่เค้กขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีความพิเศษด้วยการทำเป็น ตู้แช่เค้ก ขนาดเล็ก วางบนเคาน์เตอร์ เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่และดึงดูดสายตาผู้ที่เข้ามาซื้อเค้กและเบเกอรี่ภายในร้านดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยตู้แช่เค้กที่ได้รับความนิยม คือ

1.ตู้กระจกทรงเหลี่ยม

ตู้แช่เค้กแบบตู้กระจกทรงเหลี่ยม จะเป็นตู้ทั่วไปที่มีทั้งแบบตู้กระจกเต็ม และตู้กระจกทรงเหลี่ยมแบบครึ่งกระจกครึ่งสแตนเลส มี ตู้แช่เค้กขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ให้เลือกอย่างครบครัน ขนาดความกว้างของตู้มีตั้งแต่ 90, 120,  150 และ 180 เซนติเมตร ให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมต่อความต้องการ ตู้ในรูปแบบนี้จะโชว์ให้เห็นเค้กที่ค่อนข้างชัดเจน

2.ตู้กระจกทรงโค้ง

ตู้กระจกแบบทรงโค้งเป็นตู้เค้กที่ให้ความสวยงาม สามารถผลิตออกมาแล้วตกแต่งให้ดูหรูหราได้ เหมาะสำหรับร้านกาแฟและร้านเค้กกับเบเกอรี่ที่ต้องการโชว์ให้เห็นเค้กอย่างเด่นชัด เพราะกระจกแบบทรงโค้งจะทำให้ลูกค้าสามารถดูเค้กแบบใกล้ ๆ ได้ทั้งด้านบนและด้านข้าง ซึ่งตู้กระจกในทรงนี้จะคล้ายกับทรงเหลี่ยม คือ มีทั้งแบบกระจกเต็มและกระจกครึ่งสแตนเลสครึ่ง สำหรับตู้แช่เค้กมือสองแบบตู้กระจกทรงโค้งจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร  นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงมาเป็น ตู้แช่เค้ก ขนาดเล็ก วางบนเคาน์เตอร์ เพิ่มอีกด้วย

3.ตู้โชว์เค้กมีลิ้นชัก

ตู้โชว์เค้กแบบมีลิ้นชัก จะมีกระจกด้านบน, ด้านหน้า และด้านข้างเล็กน้อย ส่วนด้านล่างจะเป็นสแตนเลสทั้งหมด สามารถเก็บเค้กไว้ได้ทั้งด้านล่างที่เป็นสแตนเลสและด้านบนที่เป็นกระจก แต่ส่วนมากแล้วจะเน้นเป็นการโชว์ขนมและโชว์เบเกอรี่ พร้อมเปิดออกขายเมื่อมีผู้ต้องการซื้อ โดยลิ้นชักที่อยู่ด้านหลังสามารถเปิด-ปิด เพื่อหยิบขนมและเค้กออกมาขายได้ บางตู้อาจจะเป็นกระจกใสและบางตู้อาจจะเป็นกระจกแบบสะท้อน เพื่อทำให้เห็นความสวยงามของเค้กแบบครบมิติ

วิธีการเลือกตู้แช่เค้กมือสองที่เหมาะต่อการใช้งานและไม่เปลืองงบเกินไป

สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อ ตู้แช่เค้กมือสอง มาใช้งานให้เหมาะสมต่อร้านของคุณ โดยที่ไม่เปลืองงบมากจนเกินไป แต่ยังไม่รู้ว่าควรซื้อตู้แช่เค้กแบบไหนดี ลองมาดูวิธีการเลือกซื้อดังต่อไปนี้

1.พื้นที่ในการใช้งาน

เริ่มต้นจากการดูพื้นที่ในการใช้งาน ถ้าร้านของคุณมีพื้นที่มากพอจะวางตู้แช่เค้กและมีงบประมาณ คุณสามารถเลือกตู้เค้กที่มีความกว้างตั้งแต่ 70 เซนติเมตร ไปจนถึง 150 เซนติเมตร มาใช้งานได้เลย โดยตู้ควรมีความสูงอยู่ที่ 135-150 เซนติเมตร และความลึกที่ 70-80 เซนติเมตร แต่ถ้าร้านคุณมีขนาดเล็กควรเลือกตู้แช่เค้กขนาด 70 เซนติเมตร ที่ถือว่าเป็น ตู้แช่เค้กขนาดเล็ก ที่สามารถวางเค้กได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเป็น ตู้แช่เค้ก ขนาดเล็ก วางบนเคาน์เตอร์ เพิ่ม เพื่อดึงดูดสายตาของผู้มาซื้อมากขึ้นและช่วยประหยัดพื้นที่ภายในร้านได้มากขึ้นอีกด้วย

2.จุดประสงค์ในการใช้งาน

เรื่องต่อมาคือคุณต้องรู้ว่าจุดประสงค์ในการนำ ตู้แช่เค้กมือสอง มาใช้งานนั้นคืออะไรบ้าง เช่น ถ้าคุณเป็นร้านเค้กโดยเฉพาะ นั่นหมายความว่าคุณต้องการจะแช่เพื่อโชว์เค้ก จึงควรเลือกเป็นตู้ทรงเหลี่ยมหรือทรงกระจกโค้งที่มีลักษณะเป็นกระจกเต็มตู้ เพื่อให้สามารถวางเค้กได้เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าคุณเป็นร้านกาแฟและร้านเบเกอรี่ที่ต้องการโชว์เค้กกับ ขนมและเบเกอรี่ขนาดเล็ก ให้คุณเลือกใช้เป็นตู้กระจกทรงโค้งหรือทรงเหลี่ยมแบบครึ่งเดียว ในขนาด 70-90 เซนติเมตร ที่ถือว่าเหมาะสม พร้อมการวางเค้กและเบเกอรี่กระจายออกอย่างเหมาะสม ไม่ควรทำให้ตู้ดูโล่งหรือหนาแน่นมากจนเกินไป  เพื่อดึงดูดสายตาของกลุ่มผู้ซื้อได้มากขึ้น

3.ดีไซน์ของตู้

ดีไซน์ของตู้แช่เค้กที่ได้ระบุรายละเอียดไว้ด้านบน โดยจะมีทั้งแบบตู้กระจกทรงเหลี่ยม, ทรงโค้ง และตู้ลิ้นชัก แต่ที่จะได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม ตู้แช่เค้กมือสอง คือ ตู้กระจกทรงเหลี่ยมและตู้กระจกทรงโค้ง เพราะสามารถให้การใช้งานที่ตรงจุดได้มากกว่าตู้แบบมีลิ้นชัก ทั้งยังวางเค้กกับเบเกอรี่กระจายออกได้อย่างสวยงาม การทำความสะอาดก็ง่ายกว่า ซึ่งการขายแบบมือสองจึงจะเน้นไปที่ตู้แช่เค้กทั้ง 2 รูปแบบนี้เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคุณจึงควรเลือกดีไซน์ให้เหมาะต่อความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีตู้ที่ถูกทำขึ้นมาด้วยลูกเล่นขอบทองและขอบสีต่าง ๆ ที่มีขายออกมาเป็นมือสองด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงควรเลือกให้ดีเพื่อให้เหมาะทั้งการนำไปใช้งานและเหมาะต่อความชื่นชอบส่วนตัว รวมไปถึงการคุมโทนสีร้านให้เหมาะสมและเข้าโทนกันมากที่สุด นอกจากนี้การเลือกรูปแบบ ตู้แช่เค้กมือสอง ยังสามารถประเมินได้จากการใช้งานจริง ถ้าคุณนำตู้แช่เค้กไปใช้ภายในห้องแอร์ คุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบตู้กระจกทรงโค้งและทรงตรง แต่ถ้าคุณนำไปใช้งานนอกสถานที่ควรเลือกเป็นตู้กระจกแบบทรงเหลี่ยมตรง เพราะคอมเพรสเซอร์ของตู้กระจกตรงจะทำงานได้ดีกว่าตู้กระจกทรงโค้ง พร้อมลดปัญหาเรื่องฝ้าเกาะกระจกได้ดีกว่า เพราะเลือกใช้กระจกแบบ 2 ชั้น จึงช่วยลดความต่างในเรื่องอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกตู้ได้มากกว่ากระจกแบบทรงโค้ง ดังนั้นตู้กระจกตรงทรงเหลี่ยมจึงลดทั้งโอกาสการเกิดฝ้า คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่หนัก และไม่กินไฟมากเกินไป สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกห้องแอร์อย่างเหมาะสมอีกด้วย

4.งบประมาณที่มี

เรื่องของบประมาณถือว่าสำคัญที่สุด เพราะคุณจะสามารถเลือก ตู้แช่เค้กมือสอง ให้ตรงใจได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องของ งบประมาณที่มีย่อมสำคัญเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณชื่นชอบตู้แช่เค้กทรงกระจกโค้งที่ราคาสูงถึงหลัก 20,000 บาท แต่มีงบประมาณเพียงแค่หมื่นกว่าบาท ก็อาจจะทำให้คุณต้องมองหาทางเลือกใหม่ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือคุณควรตั้งงบประมาณในใจให้ชัดเจน จากนั้นเลือกรูปแบบตู้ที่เหมาะสมกับเงินที่มีอยู่ให้มากที่สุด โดยการซื้อตู้แช่เค้กแบบมือสองควรซื้อในช่วงราคา 10,000-20,000 บาท จึงจะถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้าราคาพุ่งสูงไปกว่า 40,000 บาท ไม่ควรซื้อเป็นมือสอง เพราะตู้มือหนึ่งจะราคาในราวนี้เช่นกัน ดังนั้นคุณจึงควรวิเคราะห์ให้ดี ทั้งเรื่องของงบประมาณที่มีและราคาตู้มือสองในร้านตู้แช่เค้กมือสองที่คุณสนใจจะซื้ออีกด้วย

5.เลือกยี่ห้อไม่แพงมาก

ยี่ห้อของตู้แช่เค้กเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณควรให้ความสำคัญ เพราะตู้แช่ของแต่ละยี่ห้อจะมีวิธีการผลิตที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบภายใน, ดีไซน์ของตู้ และวัสดุที่มีคุณภาพ ดังนั้นคุณจึงควรศึกษายี่ห้อที่มีชื่อเสียงและมีคนนิยมใช้มากที่สุดในหลากหลายยี่ห้อ เพื่อที่จะนำมาเปรียบเทียบทั้งในเรื่องของคุณสมบัติและราคาให้มากที่สุด ถ้าคุณต้องการซื้ออย่างคุ้มค่าควรใช้เวลาในการใส่ใจต่อรายละเอียดต่าง ๆ ของตู้ในแต่ละยี่ห้อ ยิ่งถ้าเป็น ตู้แช่เค้กมือสอง ด้วยแล้ว ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นตู้ที่ผ่านการใช้งานมาก่อน จึงอาจจะก่อให้เกิดความเสื่อมสภาพได้ เพราะถ้าคุณเลือกแบรนด์ที่ไม่มีคุณภาพก็อาจทำให้ต้องเสี่ยงเสียเงินเพิ่มมากขึ้นเมื่อซื้อมาใช้งานจริง ซึ่งในปัจจุบันมีตู้แช่เค้กที่เป็นแบรนด์ของไทยแท้  ถูกผลิตออกมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมระบบการใช้งานที่ไม่แพ้แบรนด์ดังต่างประเทศ ที่สำคัญคือราคาก็ไม่ถึงกับสูงมาก ดังนั้นให้คุณลองวิเคราะห์ดูจากวัสดุที่แต่ละแบรนด์ใช้ โดยเฉพาะเรื่องของสแตนเลสและคอมเพรสเซอร์ ถ้าเลือกใช้ของคุณภาพดีก็ย่อมทำให้คุณรู้สึกมั่นใจต่อการใช้งานในอนาคตมากขึ้นแน่นอน

ถ้าคุณต้องการเลือกใช้ ตู้แช่เค้กมือสอง ในร้านของคุณ ควรใช้วิธีการประเมินเพื่อเลือกตู้ที่เหมาะสมและดีที่สุดให้กับธุรกิจของคุณตามแบบทั้ง 5 ข้อที่ได้แนะนำนี้ เชื่อว่าคุณจะได้รับความคุ้มค่าอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือควรศึกษารายละเอียดของตู้ในแต่ละแบบให้ดี เมื่อนำมาใช้แล้วคุณจะได้ไม่รู้สึกเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ และไม่กินไฟมากจนเกินไป พร้อมให้การใช้งานที่ยังคงแข็งแรงทนทาน อยู่ได้ต่ออีกหลายปี เพื่อทำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อธุรกิจของคุณ